ข่าวสารและความรู้

การบริหารคนรุ่นใหม่

การบริหารคนรุ่นใหม่

 

คนรุ่นใหม่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ ต้องได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากบุคคลหลายกลุ่ม  ตั้งแต่ หัวหน้างานไปจนถึงหัวหน้าแผนกที่สังกัดอยู่ เพื่อช่วยเหลือ ผลักดันให้พวกเขาก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จในอาชีพ  ไม่ว่าเป้าหมายในการบริหารคนของคุณจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้พนักงานมีความซื่อสัตย์ต่อองค์กรและทำงานไปนานๆ ลดความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานให้น้อยลง หรือเพื่อการวางรากฐานที่มั่นคงแข็งแรงด้วยการพัฒนาบุคลากรและผู้นำรุ่นใหม่ๆให้กับบริษัท คุณจำเป็นต้องมีวิธีการในการบริหารคนเพื่อให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นสามารถทำได้โดยการสอนงาน (Coaching) อย่างเป็นระบบ โดยต้องอาศัยการปลูกฝังวัฒนธรรมภายในองค์กรของคุณ  เมื่อวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันในลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้ว คุณจะมีมุมมองที่เปลี่ยนไปในการทำงาน ทำให้การทำงานนั้นเกิดความราบรื่นมากขึ้น และลดช่องว่างที่เกิดขึ้นจากระบบอาวุโสที่คอยขัดขวางไม่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่าง กลุ่มคนต่างวัยในที่ทำงาน และนี่คือกลยุทธ์สำคัญที่อยากให้คุณนำไปใช้ สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ

1. ใช้ความผิดพลาดในการทำงานเป็นบทเรียน 
ด้วยลำดับอาวุโสและประสบการณ์ที่ด้อยกว่า พนักงานรุ่นใหม่มักจะไม่ถูกกระตุ้นให้กล้าคิด กล้าตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญมากนัก นอกจากนี้พวกเขายังมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามผู้ใหญ่มากกว่าที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณควรให้คนรุ่นใหม่ได้ลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่า การทำอะไรแบบเดิมที่ทำตามกันมา กับการลองผิดลองถูกแต่ได้ทำงานด้วยตัวนั้นมีคุณค่าแตกต่างกัน การให้โอกาสอันล้ำค่าในการได้เรียนรู้การรับมือกับปัญหาด้วยตัวของพวกเขาเองแบบนี้ จะทำให้พวกเขาสามารถประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของตนเองได้จากผลการปฏิบัติงานจากประสบการณ์จริง และประสบการณ์นี้จะติดตัวไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามถ้าพวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากพอและไม่รู้ว่าตนเองพลาดตรงจุดไหน  คุณก็ควรจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อย่างเต็มที่และวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้พวกพนักงานรุ่นใหม่เกิดการพัฒนาด้วยการชี้แนะจุดบกพร่องจากคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างคุณ
 
2. เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนในทีม
หากแม้แต่คุณเองยังทำในสิ่งที่คุณพูดไม่ได้ แล้วใครที่ไหนจะเชื่อคำพูดของคุณ ถ้าเป็นเช่นนั้น ลูกทีมหรือแม้แต่พนักงานคนอื่นๆจะมองว่าคุณเป็นคนที่ดีแต่พูด แต่ไม่เคยทำได้จริง และนั่นจะทำให้พวกเขาเริ่มสร้างกำแพงกั้นระหว่างตัวพวกเขาและตัวคุณ  มันคงเป็นไปได้ยากที่จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆขึ้นเลยในการทำงาน แต่การทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือการบอกไม่ให้คนอื่นทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่คุณกลับทำผิดเสียเอง จะทำให้คนในทีมเสื่อมความศรัทธา  จำไว้ว่าความน่าเชื่อถือของคุณนั้นขึ้นอยู่กับความสอดคล้องกันระหว่างการกระทำและคำพูดของตัวคุณเอง

3. ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษเพื่อยกระดับผลการปฏิบัติงาน
ถ้าคุณรู้สึกว่าพนักงานส่วนใหญ่มีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับปานกลาง  ไม่แย่แต่ก็ไม่ได้ดีมากจนน่าชมเชย ลองดูว่าพวกเขามีอุปสรรค หรือสิ่งใดที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่  พิจารณาเสนอทางเลือกพิเศษที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการเติมเต็มในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพื่อให้พวกเขาสามารถมีสมาธิกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจจะเป็นการจัดหาทรัพยากรเพื่ออำนวยความสะดวกในที่ทำงาน  การยืดหยุ่นเวลาการเข้างานสำหรับพนักงานที่อยู่ไกล หรือแม้แต่การจัดหาหอพักสำหรับพนักงานหากองค์กรของคุณมีงบประมาณมากเพียงพอ จำไว้ว่าหัวใจสำคัญของวิธีการนี้คือ การค้นหาให้เจอว่าพนักงานต้องการความช่วยเหลือในเรื่องไหนจริงๆ เมื่อตอบโจทย์นั้นได้ พวกเขาจะไม่มีเรื่องคอยรบกวนและจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

4. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนในทีมอย่างตรงไปตรงมา
ถ้าคุณอยากให้พนักงานรุ่นใหม่ยอมรับฟังคำชี้แนะของคุณ  คุณก็ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาด้วยเช่นกัน เมื่อพูดถึงการให้ข้อเสนอแนะ แรกๆพนักงานใหม่ก็คงยังไม่รู้ว่าควรแสดงความคิดเห็นอย่างไรจึงจะเหมาะสม  คุณจึงต้องหมั่นสอบถามความต้องการและความคิดเห็นของพวกเขาเป็นระยะๆ เพื่อนำมาปรับปรุงผลการปฏิบัติงานของทีมให้ดีขึ้น เมื่อพวกเขาเริ่มปรับตัวได้แล้ว ลูกทีมของคุณจะกล้าคิด กล้าให้คำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมามากขึ้น  เมื่อมีปัญหาใดๆ ก็ตามเกิดขึ้น ทุกคนจะพร้อมรับมือกับปัญหาเพราะทุกคนในทีมไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่ไฟแรง หรือผู้จัดการหน้าเก่ามากประสบการณ์ ต่างก็เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของทีมได้อย่างเท่าเทียมกันจากการพูดคุยกันเป็นประจำ ซึ่งทำให้การแก้ปัญหา สามารถทำได้อย่างทันท่วงทีมากกว่าทีมอื่นๆที่ไม่ได้คุยกันเพราะความเกรงใจ หรือความอาวุโส ของคนในทีม

5. เห็นคุณค่าที่แท้จริงของพนักงาน
หากคุณต้องการกระตุ้นพนักงาน ด้วยปัจจัยภายนอก เช่น การเพิ่มเงินค่าตอบแทน  การเลื่อนตำแหน่ง หรือการเพิ่มสวัสดิการด้านอื่นๆ  วิธีเหล่านี้อาจจะใช้ได้ผลแต่ก็ไม่เสมอไป อย่างไรก็ตามนอกเหนือไปจากวิธีจูงใจในการทำงานแบบนี้ คุณต้องแสดงให้พนักงานของคุณเห็นว่าการให้รางวัลตอบแทนของคุณนั้นมีคุณค่าเพียงใด เช่น ในกรณีที่คนในทีมของคุณต้องมาทำงานในวันหยุด หรือ ทำงานเฉพาะ ซึ่งเกินหน้าที่ความรับผิดชอบปกติของพวกเขา  คุณต้องเอ่ยปากชมพนักงานให้พวกเขาได้รับรู้ว่าคุณเห็นว่าการทำงานของพวกเขามีความสำคัญ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่องค์กรได้ ที่สำคัญคุณต้องรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  ไม่ใช่แค่การพูดลอยๆ เพื่อให้พวกเขาดีใจเล่น

ระบบการสอนงาน (Coaching)ที่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงจะส่งผลดีต่อการทำงานของพนักงานรุ่นใหม่เท่านั้น แต่การช่วยแนะนำให้พวกเขารู้จักคิดและตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวเองจะเป็นการลดภาระการทำงานของผู้บริหารอย่างคุณ คุณจะมีเวลาใส่ใจกับงานในระดับสูงมากขึ้น เพราะไม่ต้องคอยพะวงกับคนอื่นๆในทีมของคุณ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อให้ทุกคนในที่ทำงานรู้สึกมีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานไปพร้อมๆ