ข่าวสารและความรู้

เทคนิคหางานขั้นเทพ

เทคนิคหางานขั้นเทพ

เทคนิคหางานขั้นเทพ

ถ้าคุณคือคนที่ตกงาน และอยากได้งานกันอยู่..."Jobslis.com" ขอแนะนำการสมัครงาน แบบมีกึ๋น มีชั้นเชิง และตรงตามที่ผู้ประกอบการต้องการ โดยเฉพาะกับ "นักศึกษาจบใหม่" ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นโน่น เป็นนี่ ทำงานอย่างนั้น ทำงานอย่างนี้ แล้วอะไรล่ะ...จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความสำเร็จในการหางาน คำตอบก็คือ "งานที่ได้ทำ" นั่นแหละ!!

บางคนหางานแค่ไม่กี่วัน ได้ทำงานสมใจ บางคนกินฝุ่นที่ตัวเองเดินเตะเป็นปีๆ ยังไม่มีหนทาง เอาล่ะ...ลองอ่านเทคนิคจากเอชอาร์ผู้มากประสบการณ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง และผู้บริหารบริษัทจัดหางานชื่อดังในประเทศไทย ที่ให้สัมภาษณ์กับเราตามข้างล่าง รับรอง...ทางออกนักศึกษาจบใหม่ หรือผู้ที่กำลังหางานอยู่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

เริ่มที่ "พนักงานฝ่ายบุคคล" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "เอชอาร์" ของบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับสมัครพนักงานมือหนึ่ง เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกคนให้องค์กรใหญ่ๆ ให้ฟังอย่างละเอียดในหลายๆ เรื่อง

เอกสารบอกชื่อ-ส่วนสูง-น้ำหนัก

"เรซูเม่" เป็นเรื่องแรกที่สาวเอชอาร์เอื้อนเอ่ยขึ้น โดยเธอระบุว่า เรื่องนี้สำคัญ เพราะเรซูเม่ มันไม่ใช่แค่เอกสารที่บ่งบอกชื่อ ส่วนสูง น้ำหนัก จบมาจากที่ไหน หรือมีเพื่อน คนรู้จักในบริษัทนี้ชื่ออะไร แต่สิ่งที่เราอยากได้ คือ คุณได้อะไรมาจากการเรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัย คุณได้อะไรมาบ้าง และอะไรที่คุณมีเหนือกว่าคนอื่น ในบรรดานักศึกษาจบใหม่ด้วยกัน ในระหว่างที่เรียน คุณได้พัฒนาตัวเองอย่างไร ได้ไปฝึกงานมาหรือไม่ หาความรู้เพิ่มเติมในด้านที่คุณสนใจมากไหม แล้วฝึกงานมา คุณได้อะไรมาจากที่นั่นบ้าง แล้วองค์กรของเราจะได้อะไรจากการที่คุณไปฝึกงานมา

เรื่องนี้ปัจจุบันไม่ฮิตแล้ว

เธอบอกว่า ยุคสมัยนี้องค์กรใหญ่ๆ ไม่เคยต้องการเด็กที่ทำ "กิจกรรม" มาเยอะแยะแล้ว เพราะว่ากิจกรรมไม่ได้เป็นตัวบอกอะไรได้มากนัก เราต้องยอมรับว่า วิธีคิดของเด็กสมัยนี้ มันเปลี่ยนไปแล้ว กิจกรรม ไม่ได้การันตีว่า คุณจะสามารถทำงานเป็นทีมได้เสมอไป

บอกลาเรซูเม่เดิมๆ

การใช้ภาษาหรือแบบฟอร์มแบบเดิม มันไม่น่าสนใจ เอชอาร์คนสวยพูดอย่างซีเรียส และระบุอีกว่า การเขียนเรซูเม่ ที่ใช้ภาษาบ่งบอกความมุ่งมั่น มันโบราณ มันไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับตัวตนคุณเลย และมันก็ไม่ได้แสดงให้เรารับรู้เลยว่า คุณมีของอะไร

งานสอนได้ แต่ทัศนคติสอนไม่ได้

สมัยนี้สิ่งเรายึดเป็นหลัก ในการเลือกคน คือ เราเชื่อว่างานสอนได้ แต่วิธีคิด ทัศนคติ สอนยาก บางทีอาจจะสอนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณมีทัศนคติหรือวิธีคิดที่ดี มันได้เปรียบเห็นๆ เพราะถ้าองค์กรมีองค์ความรู้ และมีแนวทางในการพัฒนาคน หรือมีเครื่องมือที่ดีในการพัฒนาคนได้ องค์กรจะไม่กลัวคนที่ไม่เก่ง ไม่เชี่ยวชาญในอาชีพนั้นๆ

เฮ้ยนี่แหละ...มันโดนใจเอชอาร์

เราอ่านเรซูเม่เดิมๆ เราจะไม่ค่อยสนใจ แต่มีบางคนนะ ที่เขียนเรซูเม่ มาน่าสนใจมาก บางทีองค์กรไม่ได้รับตำแหน่งนั้น แต่เราก็เรียกเขามาคุย เธอบอกเหตุผลว่า สิ่งที่เขาเขียนมา มันน่าสนใจ มันดึงดูดว่า เฮ้ย…มันน่าคุยอ่ะ เชื่อไหมในเรซูเม่เขา เขาไม่เขียนประวัติตัวเองมาเลย บอกเพียงแค่ชื่อ ชื่อเล่น และเบอร์ติดต่อ จากนั้นเป็นการเล่าเรื่องในสิ่งที่ไปทำมา แถมมีพอร์ทรูปมาให้ดูด้วย ซึ่งตำแหน่งนั้นไม่เกี่ยวกับงานภาพ หรืองานกราฟิกอะไรเลย แต่สิ่งที่เขาเล่านั่นแหล่ะ บ่งบอกว่าเขาได้อะไรจากการไปลงมือทำสิ่งๆ นั้นมา

วิธีคิด อันดับหนึ่งในการพิจารณา

เราให้ความสำคัญกับวิธีคิดมาก เนื่องจากงานสอนกันได้ องค์กรไม่เคยกลัวคนไม่เก่ง แต่เรื่องนี้มันยาก มันถูกหล่อหลอมออกมา บางคนไม่เคยแสดงพฤติกรรมในด้านไม่ดี แต่ถ้าวันหนึ่งไปเจอสถานการณ์ที่รับไม่ได้ ก็อาจทำให้เปลี่ยนไปเลย และไม่อาจไม่สามารถอยู่ในองค์กรได้อีกต่อไป คนที่คิดอย่างระบบ คิดดี จึงจำเป็นมาก ที่เอชอาร์ต้องมองให้ออก